อยากขายเดลิเวอรี่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- idavisonbkk
- 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

📦 อยากขายเดลิเวอรี่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
เมื่อก่อนร้านกาแฟอาจรอลูกค้าเดินเข้าร้าน แต่ปัจจุบัน...
ลูกค้าจำนวนมากเลือกเปิดโทรศัพท์มือถือกดสั่งกาแฟเพียงไม่กี่คลิกแล้วรอรับหน้าบ้านหรือที่ทำงาน
หลายร้านมียอดขายจากเดลิเวอรี่คิดเป็นกว่า 50% ของรายได้ต่อวัน
ในขณะที่บางร้านแทบไม่มีออเดอร์เลย
ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า...
ร้านของคุณ "พร้อมสำหรับการขายเดลิเวอรี่" หรือยัง
วันนี้เราจะมาดูกันว่า หากอยากให้ร้านกาแฟขายเดลิเวอรี่ได้ดี ควรเตรียมอะไรบ้าง
🛵 1. เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับร้าน
ปัจจุบันแพลตฟอร์มหลักในประเทศไทย ได้แก่
GrabFood
ข้อดี
ลูกค้าเยอะ
ระบบค่อนข้างเสถียร
มีโปรโมชันช่วยดันยอดขาย
ข้อควรระวัง
ค่าคอมมิชชั่นค่อนข้างสูง
LINE MAN
ข้อดี
ลูกค้าใช้งานง่าย
เชื่อมต่อกับ LINE ได้ดี
ข้อควรระวัง
บางพื้นที่จำนวนไรเดอร์อาจไม่เพียงพอ
Robinhood
ข้อดี
ค่าธรรมเนียมต่ำ
เหมาะกับร้านขนาดเล็ก
ข้อควรระวัง
ฐานลูกค้าอาจยังไม่มากเท่าคู่แข่ง
เทคนิค สำหรับร้านเปิดใหม่
ไม่จำเป็นต้องสมัครทุกแพลตฟอร์มพร้อมกัน
เริ่มจาก GrabFood , LINE MAN ก่อนก็เพียงพอ เมื่อมีทีมงานและระบบที่พร้อม ค่อยขยายเพิ่ม
☕ 2. เมนูที่ขายดีหน้าร้าน อาจไม่เหมาะกับเดลิเวอรี่
หลายร้านนำเมนูทั้งหมดขึ้นแอป แต่ความจริงแล้ว
บางเมนูเดินทางแล้วคุณภาพลดลง
ตัวอย่างเมนูที่เหมาะกับเดลิเวอรี่
✔ อเมริกาโน่เย็น
✔ ลาเต้เย็น
✔ ชาไทยเย็น
✔ โกโก้เย็น
✔ มัทฉะลาเต้
เมนูที่ควรหลีกเลี่ยง
❌ คาปูชิโน่ร้อน
❌ ลาเต้อาร์ต
❌ เครื่องดื่มที่มีฟองนมหนา
❌ วิปครีมสูงมาก
หลักคิดง่าย ๆ
"เมนูที่ถึงมือลูกค้าแล้ว ยังอร่อยเหมือนเดิม"
คือเมนูที่เหมาะสำหรับเดลิเวอรี่
🥤 3. เลือกบรรจุภัณฑ์ให้ดี
สิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจ ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือ
เครื่องดื่มต้องไปถึงลูกค้าในสภาพที่สมบูรณ์
ควรเลือก
✔ แก้ว PET คุณภาพดี
✔ ฝาปิดแน่น
✔ ซีลปากแก้ว
✔ ถุงหิ้วแข็งแรง
ถ้าร้านมีงบประมาณ ควรสั่งสติ๊กเกอร์โลโก้ร้าน
ติดบนแก้ว ติดบนถุง ติดบนฝากล่อง
ช่วยเพิ่มความเป็นแบรนด์ได้มาก
📸 4. รูปภาพสินค้า สำคัญกว่าที่คิด
ลูกค้าเดลิเวอรี่
ไม่ได้ดมกลิ่นกาแฟ
ไม่ได้เห็นร้าน
ไม่ได้คุยกับบาริสต้า
สิ่งเดียวที่ช่วยตัดสินใจคือ "รูปภาพ"
ควรใช้ภาพ
✔ คมชัด
✔ พื้นหลังสะอาด
✔ สีสวย
✔ แสงธรรมชาติ
ไม่ควรใช้รูปมืด รูปเบลอ รูปถ่ายไกล
✍️ 5. เขียนชื่อเมนูให้น่าสนใจ
แทนที่จะใช้ชื่อว่า ลาเต้เย็น ลองเปลี่ยนเป็น ลาเต้เย็น สูตรนมสดเข้มข้น
หรือ Honey Lemon Americano หรือ โกโก้เข้มข้น 100%
ชื่อเมนูที่ดี ช่วยเพิ่มอัตราการกดสั่งได้มากกว่าที่คิด
🎯 6. ตั้งราคาเดลิเวอรี่ให้เหมาะสม
เจ้าของร้านหลายคนตั้งราคาหน้าร้านและเดลิเวอรี่เท่ากัน
แต่ลืมว่า แพลตฟอร์มมีค่าธรรมเนียม
ตัวอย่าง
หน้าร้าน 65 บาท
เดลิเวอรี่ 75 บาท
ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจได้ เพราะรู้ว่ามีค่าบริการแฝง
⏱ 7. ความเร็วในการทำเครื่องดื่ม สำคัญมาก
ลูกค้าเดลิเวอรี่คาดหวังว่า
จะได้รับเครื่องดื่มภายใน 30–45 นาที
ถ้าร้านทำช้า ไรเดอร์ต้องรอ ลูกค้าอาจรีวิวไม่ดี
ควรเตรียม
✔ วัตถุดิบพร้อม
✔ แยกโซนออเดอร์หน้าร้าน
✔ แยกโซนออเดอร์ออนไลน์
ช่วยลดความวุ่นวายได้มาก
⭐ 8. รีวิวลูกค้า คืออาวุธสำคัญ
ลูกค้าใหม่มักดูรีวิวก่อนสั่ง ถ้าร้านมี รีวิวดี ⭐⭐⭐⭐⭐
กาแฟอร่อย แพ็กดี ส่งไว
จะช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
🎁 9. โปรโมชั่นช่วยดันยอดขายได้ดี
ตัวอย่างโปร
ซื้อ 2 แก้ว ลด 10 บาท
ซื้อครบ 150 บาท ส่งฟรี
ซื้อโกโก้ แถมคุกกี้
เมนูที่สอง ลด 50%
โปรโมชั่นเล็ก ๆ ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจได้ดีมาก
📊 สรุป Checklist ก่อนเปิดขายเดลิเวอรี่
✅ สมัครแพลตฟอร์ม
✅ เลือกเมนูที่เดินทางได้
✅ ใช้บรรจุภัณฑ์คุณภาพดี
✅ ถ่ายรูปสินค้าใหม่
✅ ตั้งราคาให้มีกำไร
✅ เตรียมระบบทำงานให้เร็ว
✅ ขอรีวิวจากลูกค้า
✅ ทำโปรโมชั่นสม่ำเสมอ
❤️ ข้อคิดสำหรับเจ้าของร้าน
ร้านกาแฟในยุคนี้
ไม่ได้มีแค่หน้าร้านอีกต่อไป
แต่มี "หน้าร้านออนไลน์" อยู่ในมือถือของลูกค้านับพันคน
และบางครั้ง...
ลูกค้าที่อยู่ห่างออกไป 5 กิโลเมตร
อาจกลายเป็นลูกค้าประจำของร้านคุณได้
เพียงเพราะเขาเห็นรูปสวย ๆอ่านรีวิวดี ๆและได้รับกาแฟแก้วแรกที่อร่อยเกินคาด




ความคิดเห็น